วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2555

ครอบครัวไทยในปัจจุบัน
 
           ครอบครัว คือ ความสัมพันธ์ของกลุ่มคนทางสายโลหิต และการแต่งงาน วัฒนธรรมการจัดระบบครอบครัวและเครือญาติของสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อการกำหนดวิถีชีวิตของชุมชนหมู่บ้าน
ความหมายของครอบครัว

         
ครอบครัว (Family) หมายถึง กลุ่มคนซึ่งประกอบด้วยบุคคล 2 คน หรือมากกว่า 2 คนขึ้นไป มีความเกี่ยวข้องผูกพันกันทางสายโลหิต การสมรสหรือการรับเอาไว้ (เช่น บุตรบุญธรรม คนใช้ คนสวน) และอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นครัวเรือน (Loudon and Della Bitta. 1993:223) ครอบครัวอาจแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ ครอบครัวเดี่ยว กับครอบครัวขยาย
         - ครอบครัวเดี่ยว (Nuclear or conjugal family) ได้แก่ ครอบครัวที่ประกอบด้วย พ่อ แม่ และลูกๆ อาศัยอยู่ด้วยกัน
        - ครอบครัวขยาย (Extended or consanguine family) ได้แก่ ครอบครัวที่ประกอบด้วย ครอบครัวเดี่ยว รวมกับเครือญาติอื่นๆ อาศัยอยู่ด้วยกัน เช่น ปู่ ย่า ตา ยาย ลูกพี่ลูกน้อง ลูกเขย ลูกสะใภ้ เป็นต้น

บทบาทหน้าที่ของครอบครัว

          ครอบครัวไทยแต่เดิมมีลักษณะเป็นครอบครัวขยาย มีสมาชิกครอบครัวหลายช่วงอายุ อย่างน้อย 3 รุ่น คือ 1) รุ่นปู่ย่า ตายาย 2) รุ่นพ่อแม่ 3) รุ่นลูก เป็นครอบครัวที่มีความร่วมมือกันในกิจกรรมด้านต่าง ๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา การอบรมเลี้ยงดู การปลูกฝังจริยธรรม คุณธรรม ค่านิยม ความเอาใจใส่ในสภาวะวิกฤต คนในครอบครัวมีความอบอุ่น และปลอดภัย ครอบครัวได้ทำหน้าที่เป็นแหล่งหล่อหลอมความเป็นมนุษย์ และมีผลต่อคุณภาพสังคม
อย่างไรก็ตามครอบครัวถือมีบทบาทหน้าที่หลัก 3 ประการคือ
        1.เป็นแหล่งขัดเกลาทางสังคม (socialization) ให้การอบรม การเรียนรู้ การถ่ายทอดทางวัฒนธรรม ประเพณีและชีวิตความเป็นอยู่ การสร้างบุคลิกภาพ ระบบวิธีคิด การให้คุณค่าของสิ่งต่างๆ
        2.เป็นแหล่งถ่ายทอดวิชาชีพและฝึกฝนอาชีพ การบ่มเพาะให้เป็นผู้ผลิตและผู้บริโภคที่มี คุณภาพ
        3.เป็นแหล่งให้การสังคมสงเคราะห์เบื้องต้น มีความเอื้ออาทร ให้ความช่วยเหลือในเครือญาติในสภาวะวิกฤตต่าง ๆ
        นอกจากนี้ ครอบครัวยังเป็นเสมือนแหล่งบ่มเพาะทักษะทางการเมือง การอยู่ร่วมกันอย่างมีกติกา มีบทบาท หน้าที่รับผิดชอบ เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน การตัดสินใจร่วมกัน รู้จักรับฟังและสื่อสารเจรจาประนีประนอมกันด้วยความรัก ความเข้าใจ และเหตุผล รู้จักการให้อภัยกัน มีการแบ่งอำนาจหน้าที่และแบ่งงานกันในครอบครัวอย่างชัดเจน จะเห็นว่าในสมัยก่อนแม้ภรรยาจะมีฐานะเป็นรองสามี แต่ก็มีการแบ่งหน้าที่กัน ซึ่งฝ่ายสามีมีอำนาจการตัดสินใจภายนอกบ้าน การเป็นผู้นำ ในขณะเดียวกันภาระการดูแลบ้านเรือนและผู้คนในบ้านเป็นหน้าที่ของฝ่ายภรรยา สำหรับผู้สูงอายุจะทำหน้าที่อบรม สั่งสอน ขัดเกลาสมาชิกที่เป็นเด็กให้เรียนรู้การดำเนินชิวตเพื่อสืบทอดวงศ์ตระกูล
ครอบครัวไทยเป็นอย่างไร

        การจะนับว่าใครเป็นญาติของเราบ้างนั้นขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ในแต่ละวัฒนธรรม การจัดระบบเครือญาติเป็นเรื่องทาง "วัฒนธรรม" ไม่ใช่เรื่อง "
ธรรมชาติ" แม้ว่าปรากฏการณ์ พ่อ แม่ ลูก จะเป็นเรื่องธรรมชาติ และมีปรากฎในทุกๆ สังคม แต่แต่ละสังคมก็จะมีการจัดระบบเครือญาติในการกำหนดบทบาทแนวปฏิบัติ และหน้าที่ของสมาชิกในครอบครัวต่างกันไป บางสังคมเป็นสังคมที่ให้ความสำคัญกับญาติข้างพ่อ เช่น สังคมจีน สังคมอินเดีย บางสังคมก็ให้ความสำคัญกับญาติพ่อแม่ เช่น สังคมกะเหรี่ยง หรือบางสังคมก็ให้ความสำคัญกับญาติทั้งสองฝ่าย เช่น สังคมพม่า สังคมอินโดนีเซีย สังคมไทย เป็นต้น
        เนื่องจากระบบครอบครัวและเครือญาติเป็นระบบความสัมพันธ์ขั้นพื้นฐานที่สุดในสังคม และมีความสำคัญมากในการเข้าใจสังคมไทย การกล่าวถึงลักษณะของครอบครัวไทยในที่นี้จึงจะเน้นให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวกับสังคมไทย โดยเฉพาะในระดับสังคมหมู่บ้านในชนบทไทย ซึ่งครอบครัวและเครือญาติมีบทบาทอย่างมากในวิถีชีวิตชุมชนหมู่บ้าน ในการนำเสนอเพื่อให้เห็นภาพดังกล่าวนี้ จะกล่าวถึงกฎเกณฑ์การตั้งถิ่นฐานหลังการแต่งงานที่มีผลต่อวัฎจักรของครอบครัว และการสร้างกลุ่มครอบครัวและเครือญาติอันนับเป็นโครงสร้างของสังคมหมู่บ้าน และกฎเกณฑ์การรับมรดกในครอบครัวไทย จากนั้นเพื่อให้เห็นความสำคัญของครอบครัวและเครือญาติในสังคมในวงกว้าง จะขอกล่าวถึงคำเรียกญาติ การนับญาติ และการขยายการนับญาติในสังคมไทย และส่วนสุดท้ายจะให้ภาพความเปลี่ยนแปลงในระบบครอบครัว อันเป็นผลมาจากความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้


วัฏจักรของครอบครัว

        เมื่อการย้ายที่อยู่หลังการแต่งงานเป็นไปในลักษณะดังกล่าว จึงมีผลโดยตรงกับวัฎจักรของครอบครัว หรือพูดอีกนัยหนึ่ง คือ การเป็นครอบครัวเดี่ยวซึ่งประกอบด้วย พ่อ แม่ และลูก กับการเป็นครอบครัวขยาย ซึ่งในที่นี้ขอใช้ในความหมายกว้าง ซึ่งหมายถึง ลักษณะของครอบครัวที่ประกอบด้วยคน ๓ รุ่น คือ ตายาย พ่อแม่ และลูกสาวลูกเขย ขึ้นอยู่กับขั้นตอนแต่งงานของลูกสาว ซึ่งทำให้เกิดวัฎจักรการเปลี่ยนแปลงจากครอบครัวขยายไปสู่ครอบครัวเดี่ยว และจากครอบครัวเดี่ยวไปสู่ครอบครัวขยาย ดังนี้
        ขั้นตอนที่ 1 ครอบครัวเดี่ยว ประกอบด้วย พ่อแม่และลูกชาย ลูกสาวที่ยังไม่ได้แต่งงาน
        ขั้นตอนที่ 2 เมื่อลูกชายลูกสาวถึงวัยแต่งงาน ลูกชายแต่งงานแล้วออกไปอยู่กับบ้านฝ่ายหญิง ลูกสาวคนโตแต่งงานและพาสามีเข้ามาอยู่ในบ้าน เมื่อลูกสาวมีลูกทำให้เกิดสภาพเป็นครอบครัวขยาย
        เมื่อลูกสาวคนเล็กแต่งงาน ลูกสาวคนโตและสามีย้ายออก ลูกสาวคนเล็กและสามีมีลูกและทั้งคู่อยู่ดูแลพ่อแม่ ช่วงที่ครอบครัวของลูกสาวอยู่ในบ้านของพ่อแม่และผลัดกันย้ายออก นับเป็นช่วงของครอบครัวขยายที่กินเวลายาวนาน และจะเป็นช่วยของวัฎจักรของครอบครัวที่เป็นครอบครัวขยายตราบเท่าที่พ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่
        การเป็นครอบครัวขยายในขั้นตอนที่ 2 นักมนุษยวิทยาเรียกว่าเป็น stem family ซึ่งหมายถึงการที่ตายายและพ่อแม่อยู่เป็นหลัก และลูกผลัดกันอาศัยอยู่กับพ่อแม่ และย้ายออกไปในลักษณะที่กล่าวมาแล้วว่า เมื่อลูกคนรองแต่งงานพาสามีเข้ามา ลูกคนโตและสามีก็แยกครอบครัวออกไปตั้งบ้านเรือนใหม่ ซึ่งแตกต่างจากครอบครัวจีนซึ่งเป็นครอบครัวขยายในลักษณะที่ไม่ว่าลูกชายคนใดจะแต่งงานจะพาสะใภ้เข้ามาอยู่ในบ้าน ในบ้านจึงมีทั้งครอบครัวของพี่ชายคนโต คนรอง และน้องคนเล็ก แต่ถ้าเป็นครอบครัวไทย ลูกที่แต่งงานแล้วจะอยู่กับพ่อแม่ชั่วคราว จนกระทั่งมีลูกของตัวเอง หรือเมื่อน้องคนต่อไปแต่งงาน หรือเมื่อพร้อมก็จะย้ายออกไปตั้งครอบครัวใหม่
        ขั้นตอนที่3 พ่อแม่เสียชีวิต วัฎจักรของครอบครัวกลับกลายเป็นครอบครัวเดี่ยวอีกครั้งหนึ่ง ลูกสาวคนเล็กกับสามีกลายเป็นเจ้าของบ้าน โดยลูกสาวคนเล็กเป็นผู้ได้รับมรดกจากพ่อแม่
        ดังนั้น จึงไม่อาจสรุปได้ชัดเจนว่าครอบครัวไทยมีลักษณะเป็นครอบครัวเดี่ยว หรือเป็นครอบครัวขยาย ทั้งนี้เพราะการเปลี่ยนเป็นครอบครัวเดี่ยวหรือครอบครัวขยายขึ้นอยู่กับว่าครอบครัวนั้นๆ อยู่ในช่วงใดใน วัฎจักรของครอบครัว โดยปกติเมื่อนักมานุษยวิทยาเข้าไปศึกษาหมู่บ้านในภาคต่างๆ
        ของไทย จะพบทั้งหมู่บ้านที่มีลักษณะเป็นครอบครัวเดี่ยว และครอบครัวขยายเพราะในหมู่บ้านหนึ่งๆ ย่อมประกอบด้วยบ้านซึ่งอาจจะอยู่ในสถานะของครอบครัวเดี่ยวและครอบครัวขยาย แต่ถ้านักมานุษยวิทยาคนเดียวกันกลับไปที่หมู่บ้านเดิมที่เคยเข้าไปศึกษาเมื่อสิบปีต่อมา จำนวนของครอบครัวเดี่ยวและครอบครัวขยายในหมู่บ้านนั้น ก็จะต่างไปจากจำนวนที่ได้บันทึกไว้เมื่อสิบปีที่แล้ว ประเด็นสำคัญอยู่ที่การเป็นครอบครัวขยายนั้นมีความโน้มเอียงที่เป็นครอบครัวขยายที่มีองค์ประกอบที่ค่อนมาทางฝ่ายหญิงและครอบครัวของฝ่ายหญิง


ในความคิดของคุณคิดว่า "ครอบครัวไทยในปัจจุบัน"เป็นอย่างไร ????

วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2554

บ้านนอกต้องเข้ากรุง ?



1. ไม่จริงอีกแล้ว เพราะจากประสบการณ์ของคนรุ่นก่อนชี้ว่า ไม่คุ้มกับการเดินทางเข้ากรุง ค่าใช้จ่ายสูง อย่างไรก็ตามในรุ่นลูก วัยหนุ่มสาวยังมีความคิดลักษณะนี้ เพราะชื่นชมกับภาพพจน์ความศิวิไลซ์ ถึงกระนั้น หากจะเข้ากรุงเทพฯ ก็ยังจะเดินทางกลับชนบท มากกว่าที่จะกลายเป็นคนกรุงฯ



            2. คนชนบทจะไม่พยายามปรับสภาพความเป็นอยู่แบบกรุงเทพฯ เมื่อมีเงินได้ นอกจากจะสะสม ก็จะซื้อที่ดินสะสมเพื่อทำการเกษตร หรือซื้อรถยนต์ และจะยังคงใช้ชีวิตแบบเดิมๆ

ชนบท
ในเมือง

คุณคิดอย่างไรกับคำว่า"บ้านนอกเข้ากรุง"
 สภาพทั่วไปของชนบทไทย
        บ้านเรือนที่อยู่อาศัยของคนชนบทมักอยู่รวมกันเป็นหมู่บ้าน คนชนบทที่มีอาชีพทางการเพาะปลูกมัก จะตั้งบ้านเรือนอยู่ริมคลอง หรือใกล้กับแหล่งน้ำสาธารณะจำพวกหนอง บึง เพื่อสะดวกในการมีน้ำไว้กินไว้ใช้ในครัวเรือนใช้ในการเพาะปลูกหรือใช้เป็นทางคมนาคมติดต่อกัน ลักษณะหมู่บ้านของชนบทไทย โดยทั่ว ๆ ไปมีหลายแบบ แบบที่เห็นกันอยู่มากคือการตั้งบ้านเรียงรายเป็นหมู่บ้านริมคลองหรือริมถนน จะเห็นได้มากในชนบทภาคกลาง อีกแบบหนึ่งก็คือ ครัวเรือนตั้งอยู่ใกล้กันในละแวกเดียวกันเป็นกลุ่ม ๆ และล้อมรอบไปด้วยทุ่งนาหรือไร่ หมู่บ้านนี้มีอยู่ทั่วไปในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ
         ผู้ที่อยู่ในบ้านในชนบท  นอกจากจะประกอบด้วย พ่อ แม่ และลูก ๆ  แล้ว บางครอบครัวจะมีญาติพี่น้องอาศัยอยู่ด้วย ลูก ๆ ที่แต่งงานไปแล้วมักจะตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้ ๆ กับบ้านเรือนของพ่อแม่  ดังนั้น ผู้คนในละแวกบ้านเดียวกันจึงมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ชีวิตในชนบทจึงเป็นชีวิตที่อบอุ่นด้วยญาติพี่น้องที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงกัน ยึดถือขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ทุก ๆ หมู่บ้านมักมีวัดหรือสถานที่ทางศาสนาเป็นศูนย์รวมกิจกรรมต่าง ๆ ในหมู่บ้าน และมีบทบาทต่อชีวิตในชนบทส่วนใหญ่อย่างมากจนทุกวันนี้
         ครอบครัวชนบทดังที่กล่าวแล้วว่าส่วนใหญ่จะมีอาชีพทางการเกษตร ลักษณะครอบครัวจะเป็นครอบครัวใหญ่ มีสมาชิกในครอบครัวหลายคน คนชนบทในอดีตนิยมมีลูกหลายคนเพื่อจะได้มีลูก ๆ ไว้ช่วยทำนา ทำไร่ เพราะทำคนเดียวหรือสองคนไม่ไหวเด็กๆ จะเติบโตอยู่กับพ่อแม่และไปโรงเรียนที่มีอยู่ในชนบทนั้น ๆ ส่วนใหญ่เด็กชนบทจะเรียนจบชั้นประถม ๖ ซึ่งเป็นชั้นระดับที่เด็กทุกคนต้องเรียนจบระดับนี้ตามกฎหมาย ทั้งนี้เพื่อที่เด็ก ๆ ทุกคนจะได้อ่านหนังสือ เขียนหนังสือได้  และยังมีความรู้อื่นๆ ด้วย เช่น ความรู้เรื่องสุขศึกษา รวมทั้งความรู้ที่จะช่วยตัวเองและเพื่อนบ้านในการที่จะดำรงชีวิตอยู่ในสังคมนั้น ๆ
บ้านริมถนน ลักษณะหมู่บ้านแบบหนึ่งของชนบทไทย
บ้านในชนบทมักนิยมปลูกอยู่ใกล้น้ำและบริเวณที่ทำนาทำไร่


คุณคิดว่าสภาพทั่วไปของชนบทในความรู้สึกของคุณเป็นอย่างไร ??

วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

            คุณคิดว่าการอยู่แบบครอบครัวเดี่ยวกับครอบครัวใหญ่มีแตกต่างกันอย่างไร??